ร่วมโครงการพลิกฟื้นคืนป่าชายเลนสู่ธรรมชาติกับอาสาสมัครทั่วประเทศ

2    หลังจาก Blog ที่ผ่านมาผมได้แชร์ประสบการณ์ที่ผมได้ไปเป็นวิทยากรในพื้นที่ทางภาคเหนือมาแล้ว ผมก็มีอีกหนึ่งความทรงจำดีๆ ที่เพิ่งจะผ่านไปไม่นาน เมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมาที่ผมได้มีโอกาส ไปร่วมโครงการพลิกฟื้นคืนป่าชายเลนสู่ธรรมชาติ ที่ภาคใต้ ซึ่งเป็นโครงการนำร่องในการพลิกฟื้น และฟื้นฟูธรรมขาติ และปลูกจิตสำนึกให้กับชาวบ้านในพื้นที่ให้รัก และหวงแหนช่วยกันรักษาป่าชายเลนที่ในปัจจุบันโดนทำลายอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากฝีมือของมนุษย์ และภัยทางธรรมชาติ

1จุดประสงค์ของโครงการจากที่ผมได้รับรายละเอียดมามีกำหนดการให้พวกผม และคณะเจ้าหน้าที่ป่าไม้เข้าไปมีส่วนร่วมกับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่เพื่อเข้าถึงป่าชายเลน และปฏิบัติภรกิจในการฟื้นฟู และร่วมกันวางแผนอนุลักษณ์ในระยะยาว เมื่อได้ทราบถึงภารกิจที่ได้รับแล้ว ผมจึงมีการประชุมเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเดินทาง และประสานงานกับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่

3เมื่อเราเดินทางไปถึงก็ได้รับแจ้งว่าจะมีอาสาสมัครในพื้นที่ และที่ได้สมัครเข้ามาจากทั่วประเทศจำนวนกว่า 500 คนในการเข้าร่วมโครงการนี้ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงพลังที่ยิ่งใหญ่ของคนในประเทศที่ไม่อยากเห็นป่าชายเลนหมดไปจากประเทศ จากการประเมินด้วยสายตามีอาสาสมัครทั้งนักเรียนรักศึกษา เจ้าหน้าที่ ตำรวจ ทหาร ชาวบ้าน ประชาชนทั่วไปที่มากันเป็นครอบครัว และกลุ่ม Rally ปลูกป่าซึ่งเป็นกลุ่มที่ออกทำกิจกรรมไปทั่วประเทศมาเข้าร่วมด้วย

5เราเริ่มต้นกิจกรรมโดยบอกถึงวัตถุประสงค์ที่เรามาร่วมกันทำโครงการนี้ พร้อมแบ่งหน้าที่ออกเป็นหน่วยๆ เพื่อกระจายกันไปปลูกป่าตามพื้นที่ๆ มีความเสียหายตามลำดับ พอตอนเที่ยงก็มารวมกลุ่มกันเพื่อร่วมรับประทานอาหารกลางวันที่หน่วยงานนำมาแจกให้กับผู้เข้าร่วมโครงการ พอถึงบ่ายโมงก็แยกกันไปฟื้นฟูฝืนปากันต่อจนถึงเวลาประมาณ 17.00 น จึงรวมตัวกัน การออกโครงการครั้งนี้เรายังได้มอบเข็มกลัด และประกาศนียบัตรให้กับผู้เข้าร่วมโครงการทุกท่านเพื่อเป็นเกียรติ และเป็นสิ่งเตือนใจว่าครั้งหนึ่งท่านเคยเข้าร่วมโครงการนี้ นับว่าการออกหน่วยในครั้งนี้ผมประทับใจมากเพราะว่าได้เห็นความสามัคคี และความหวงแหนในบ้านเกิดของคนในชาติ

6

ได้รับเชิญไปเป็นวิทยากรให้ความรู้เรื่องการอนุรักษ์ป่า

   2 จากเรื่องราวของ Blog ที่แล้วที่ผมได้เล่าถึงในเรื่องของการได้รับเกียรติ จากผู้บริการในจังหวัดได้เล็งเห็นปัญหาการตัดไม้ทำลายป่า และการเข้าแทรกแทรงพื้นที่ป่าในพื้นที่ห่างไกลซึ่งชาวบ้านในบริเวณนั้นไม่ได้รับการศึกษาเกี่ยวกับผลกระทบของการตัดไม้ทำลายป่า และการปลุกไร่เลื่อนลอย นั้นสามารถสร้างผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมโดยรวมแบบไหนบ้าง ผมจึงได้เตรียมบทความ รูปภาพ และสื่อต่างๆ เพื่อนำไปกระจายความรู้ให้กับชาวบ้านให้มากที่สุด

6

เมื่อผมถึงที่พักแล้วชาวบ้านก็ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น ชาวบ้านเหมือนจะแปลกใจที่มีคนจากต่างถิ่นเข้ามาอาจเพราะที่นี่ไม่ค่อยมีคนจากที่อื่นเข้ามาบ่อยนัก พวกเราไม่ได้มาแค่ให้ความรู้กับชาวบ้านเท่านั้นยังนำขนมเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มที่ได้รับบริจาคมาแจกให้กับชาวบ้านอีกด้วย เรามาถึงก็เป็นช่วงเย็นแล้วชาวบ้านที่นี่ต่างที่รู้กันว่านอนค่อนข้างเช้า 2 ทุ่มก็ปิดไฟนอนกันหมดแล้ว พวกเราเมื่อเก็บของเสร็จก็ต้องพักผ่อนเพราะเหนื่อยล้ากับการเดินทางมาตลอดทั้งวันแล้ว แต่แอบเสียดายที่นี่ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์จึงอดแทงบอลกับเว็บประจำอย่าง Sbobet พออาบน้ำเสร็จผมก็ขอตัวนอนเลย

5

พวกเราตื่นกันประมาณ ตี 5 ซึ่งเป็นเวลาปรกติที่คนในหมู่บ้านตื่นขึ้นมาทำกิจวัตประจำวัน ส่วนมากชาวบ้านที่นี่จะปลูกผัก และผลไม้กันเป็นส่วนใหญ่บางบ้านก็เลี้ยงสัตว์  หาของป่ามาขาย เมื่อพวกเรารวมกลุ่มกันครบแล้วก็เริ่มตั้งเต๊นขึ้นเพื่อจัดวางอุปกรณ์จัดแจงโต๊ะเก้าอี้ ไม่นานชาวบ้านก็มารวมตัวกัน จากการประมาณด้วยสายตาแล้วมีคนมาร่วมรับฟังประมาณ 200 กว่าคนจากการสอบถามหัวหน้าหมู่บ้านแล้วว่าที่นี่มีประชากรอยู่อาศัยกันประมาณ 100 ครัวเรือนหรือประมาณ 300 คน นับว่าได้ผลตอบรับดีพอสมควร

10

ผมเริ่มจากการอธิบายถึงผลกระทบของการตัดไม้ และการทำไร่เลื่อนรอย ว่าปัญหาที่จะตามมานั้นมันใหญ่หลวงแค่ไหน และบอกถึงปัญหาของเหล่านายทุนที่เข้ามาใช้ชาวบ้านเป็นเครื่องมือในการรุกล้ำตักตวงผลประโยชน์ในพื้นที่ จนเกิดความเสียหายมหาศาลต่อประเทศชาติ ด้วยการยกตัวอย่างจากภาพถ่ายในสถานที่ต่างๆ ที่ผม และคณะได้ไปเก็บข้อมูลในหลากหลายพื้นที่ในประเทศเพื่อนำมาบรรยายเปรียบเทียบให้เห็นมากขึ้น หลังจากที่บรรยายให้ความรู้เสร็จสิ้นก็กินเวลาไปเกือบ 2 ชั่วโมง โดยชาวบ้านก็มีการตอบรับที่ดีมีการซักถามข้อสงสัยมาหลายข้อ

11

ต่อมาเราก็ได้ทำการแจกเสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม หนังสือ และอุปกรณ์การเรียนเช่นเครื่องเขียนกระดาษที่ได้รับการบริจาคมาให้กับชาวบ้าน ซึ่งเราก็เต็มใจทุกครั้งที่ได้ทำงานนี้ถึงมันจะเหนื่อยแต่ก็ภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการรักษาผืนป่าให้อยู่คู่กับประเทศต่อไป Blog นี้ก็ขอจบเพียงเท่านี้ แล้วเจอกันในเรื่องถัดไปที่ผมจะนำมาแชร์นะครับ

เดินทางไปให้ความรู้กับชาวบ้านในพื้นที่ห่างไกล

1     จากประสบการณ์ในการคลุกคลีอยู่กับป่า อนึ่งจากที่ได้เล่าไปใน Blog ก่อนๆ ทั้งในเรื่องของการเข้าไปดูแลรักษาป่าไม้ และการหมั่นศึกษาความรู้อย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับการอนุรักษ์ป่า หลายท่านอาจจะสงสัยว่าเพราะเหตุไดผมจึงยึดติดกับการอนุรักษ์ป่าถึงเพียงนี้หำ ผมจะขอเล่าย้อนไปในวัยเด็กที่ผมมีโอกาสได้เดินทางติดตามไปกับลุงของผมซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ป่าไม้มีหน้าที่ต้องลงไปเป็นวิทยากรให้ความรู้เรื่องการรักษาดูแลผืนป่าให้กับหมู่บ้านที่อยู่ห่างไกล และมีปัญหาในการตัดไม้ทำลายป่า และปลูกไร่เลื่อนลอย

3ผมจึงได้รับการปลูกฝังให้รัก และหวงแหนในผืนป่าจากเล็กตนโตผมได้ไปร่วมลงพื้นที่กับลุงเกือบพื้นที่ป่าทั่วประเทศจนได้รับแรงบันกาลใจจนปัจจุบันผมก็ได้เป็นเจ้าหน้าป่าไม้เหมือนคุณลุงของผมที่ได้ปลดเกษียรไปแล้วผมจึงเหมือนได้รับหน้าที่ต่อที่ต้องไปให้ความรู้กับชาวบ้านที่อยู่ห่างไกล และไม่ได้รับการศึกษาในเรื่องของการดูแลป่าไม้ หรือบางหมู่บ้านที่เปิดช่องทางให้นายทุนเข้ามาตักตวงประโยชน์ในพื้นที่โดยการลักลอบตัดไม้ไปขาย จนไม่ทราบถึงปัญหาที่จะตามมาในอนาคต

7

ในช่วงที่ผ่านมาผมได้รับเกียรติจากเจ้าหน้าที่ป่าไม้ในพื้นที่ทางภาคเหนือที่ได้เชิญผม และทีมงานให้เข้าไปให้ความรู้กับชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกลทางภาคเหนือตอนบน ที่มีปัญหาในการลับลอบตัดไม้จากการแทรกแทนรงของเหล่านายทุนต่างชาติที่ใช้ความโลภ และการขาดความรู้ของชาวบ้านในพื้นที่เข้ามาทำการตักตวงผลประโยชน์ พอใกล้ถึงวันที่จะต้องเดินทางผมก็ได้ไปเตะบอลกับกลุ่มเพื่อน มีการเล่าเรื่องแทงบอลกับ Sbobet นิดหน่อยก่อนกลับไปพักผ่อนเพื่อเดินทางไกล

9เมื่อมาถึงที่สนามบอนในจังหวัดแล้วก็ต้องต่อรถเพื่อเข้าไปในหมู่บ้านอีกกว่า 200 กิโล เพราะว่าหมู่บ้านนี้อยู่ในพื้นที่ห่างไกลมาก น้ำไฟ ยังเข้าไม่ถึงข้างทางมีป่าไม้เขียวขจีขึ้นเต็มไปหมด และที่สำคัญไม่มีถนนลาดยางเข้าไปยังหมู่บ้าน การเดินทางถือว่าค่อนข้างที่จะลำบากพอสมควร แล้วก็มาถึงที่พัก ที่ทางหัวหน้าหมู่บ้านได้เตรียมไว้ให้ผม และชาวคณะคราวหน้าผมจะมาเล่าถึงเรื่องราวในการใช้ชีวิตอยู่กับชาวบ้าน เพื่อให้ความรู้ใน Blog ถัดไปนะครับ

8

เติมสีเขียวให้บ้านด้วยการจัดสวนในช่วงวันหยุด

wall

จากบล็อกที่แล้วที่ผมได้ไปปลูกป่าที่เชียงดาวกับกลุ่มเพื่อนนั้น ทำให้ผมได้รับประสบการณ์ และความทรงจำที่ดีมากมาย แต่ที่น่าแปลกใจก็คือเมื่อผมอยู่ในป่านั้นจะรู้สึกสดชื่น หานใจสบาย และไม่ปวดหัว ผมจึงได้ลองถามกับเพื่อนว่ารู้สึกเหมือนกันไหม ซึ่งเพื่อนที่ไปด้วยทุกคนต่างก็รู้สึกเช่นเดียวกัน จากการสอบถามกับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ก็ได้ไขความกระจ่างให้กับเราว่า

2

ต้นไม้นั้นจะดูดซับเอาคาร์บอนไดออกไซด์เข้าไป และปล่อยออกซิเจน และยิ่งเราอยู่ในป่าซึ่งมีป่าไม้ชุกชุมแล้วละก็ปริมาณของออกซิเจนก็จะมีเพิ่มสูงขึ้นนั่นเองจึงทำให้เรารู้สึกสบาย ผมจึงมีความคิดดีๆ ว่าทำไมเราไม่สร้างโอโซนที่บ้านเราบ้างด้วยการจัดสวน และเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับบ้านที่เราอยู่อาศัย ผมจึงได้สอบถามอาสาสมัครในพื้นที่ว่าใครพอจะมีความรู้เรื่องการจัดสวนบ้าง ซึ่งผมก็ได้รับคำแนะนำจากพี่ๆ มากมาย ซึ่งการได้ไปปลูกป่าในครั้งนี้ถือว่าคุ้มค่ามาก เพราะได้ทั้งความรู้ และมิตรภาพดีๆ ในการเดินทาง

1   หลังจากที่กลับมาจากปลูกป่าผ่านมาก็ 1 อาทิตย์แล้ว ผมจึงได้เริ่มหาข้อมูลในการหาต้นไม้มาลงที่สวนหลังบ้าน โดยได้ข้อมูลจากการเสิร์จข้อมูลในอินเตอร์เน็ต ผมได้เตรียมพื้นที่ในการจัดไว้แล้วในบริเวณรอบบ้านซึ่งก็มีพื้นที่อยู่พอประมาณ เนื่องจากบ้านที่ผมอยู่นั้นอาศัยอยู่ในหมู่บ้านจัดสรร ที่มีสภาพแวดล้อมที่ไม่ค่อยมีเขียวจากต้นไม้มากนัก  หลังจากที่ผมได้จัดมุมต้นไม้ และการเพิ่มสีเขียวให้กับบ้านนั้น ทำให้คนที่อาศัยในบ้านต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า บรรยากาศในบริเวณบ้านร่มรื่นขึ้น ดูสบายตา และรู้สึกสดชื่นขึ้นกว่าเมื่อก่อน พอผมได้ฟังเช่นนั้นจึงรู้สึกว่าเราคิดถูกแล้วที่ได้เพิ่มพื้นที่สีเขียวในบ้าน  และเริ่มต้นการจัดสวน เพราะว่าสามารถสร้างประโยชน์ให้กับคนในบ้านได้

3

ไปปลูกป่าที่เชียงดาวกับกลุ่มเพื่อนที่เชียงใหม่

     44

ป่าสถานที่ๆ มีพรรณไม้อยู่ร่วมกันมากมายอย่างสงบ และร่มรื่น  ผมยังจำได้ดีเมื่อปีที่ผ่านมาผมได้ไปเที่ยวพักผ่อนกับครอบครัวที่ป่าต้นน้ำดอยหลวงเชียงดา ซึ่งในตอนนั้นก็ได้ไปสัมผัสกับบรรยากาศที่ร่มรื่น เปรียบเสมือนได้พักผ่อนร่างกายจากการทำงานอีกด้วย แต่เมื่อช่วงหลายวันที่ผ่านมาผมได้ทราบว่าป่าที่ผมไปเมื่อปีที่แล้วนั้นมีเหตุไฟไหม้ จากการถางป่าเลื่อนรอยจากชาวบ้านในพื้นที่ และมีการตัดไม้จากคนในพื้นที่จนสถานการณ์ เริ่มแย่ลง

3

ผมและเพื่อนๆ ที่รู้จักกันมานานที่คอยติดตามข่าวผสารเกี่ยวกับการอนุรักษ์ป่าไม้ โดยมีการรวมกลุ่มกันออกไปร่วมกันปลูกป่าทุกปี ผมจึงได้นัดกลุ่มเพื่อนมาคุยกันถึงปัญหาที่เกิดขึ้น ว่าเราจะทำยังไงกับเรื่องนี้หากปล่อยไว้ต่อไป ป่าไม้คงไม่เหลือบนแผ่นดินนี้ เราจึงมีข้อสรุปว่า ในเดือนหน้าเราจะรวมกลุ่มเพื่อนที่ปลูกป่าทุกปีอยู่แล้ว ประมาณ 30 คน นัดกันไป ไปปลูกป่าต้นน้ำดอยหลวงเชียงดาวกัน

1

พอได้รวมกลุ่ม และพูดคุยกับกลุ่มเพื่อนซึ่งไม่ได้เจอกันมานานก็ได้นัดกันไปเตะฟุตบอล กิจกรรมที่เราจะทำเวลาที่ได้รวมกลุ่มกัน ในช่วงพักเหนื่อยก้มีเพื่อนในกลุ่มคนหนึ่งบอกว่าเมื่อคืนเขาไปเจอกับบทความการดับไฟป่าของต่างประเทศจึงได้แชร์ความรู้ที่ได้อ่านมาให้กับพวกเรา ก่อนที่จะแยกย้ายกันกลับบ้าน

stop

ตอนนี้ก็มาถึงวันที่พวกเรานัดกันเพื่อเดินทางไปที่จังหวัดเชียงใหม่ตาม พวกเรานัดเจอที่สถานีรถไฟสามเสน เพื่อเตรียมพร้อมเดินทางไปสถานีรถไฟเชียงใหม่ การเดินทางใช้เวลาพอสมาควรก่อนที่จะถึงบริเวณหอนาฬิกาสถานีรถไฟเชียงใหม่ ก่อนที่จะเดินทางไป ค่ายเยาวชนเชียงดาว ต.เชียงดาว อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่  ทบทวนแผนงานที่เราจะทำ ปลูกป่า ที่เสียหายจากเหตุการณ์ไฟไหม้ ในเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าเชียงดาว

2

แยกย้ายกันลงพื้นที่ปลูกป่า จำนวน 100 ไร่ นำกล้าไม้จำนวน 10,000 ต้น ได้แก่ ต้นกล้วย สมอพิเภก มะขามป้อม ขี้เหล็ก ไทร  มะม่วงป่า ประดู่ป่า เพกา ฯลฯ ซึ่งมีคุณสมบัติกักเก็บน้ำ เป็นพืชอาหารสัตว์ป่า และสามารถเอื้อประโยชน์ต่อคนท้องถิ่น การปลูกป่าของเราใช้เวลา 3 วัน ก่อนที่จะแยกย้ายกันกลับบ้าน

5